เด็กน้อยนักเรียน

เด็กน้อยนักเรียน
เด็กๆกับวัยเรียนรู้

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

ความเรียงขั้นสูง


ความเรียงขั้นสูง  หมายถึง
ความเรียงขั้นสูง คือ ลักษณะการเขียนรูปแบบหนึ่งที่มีระบบ มีแบบแผนและมีการศึกษาค้นคว้ามาเป็น
อย่างดีในหัวข้อที่ผู้เขียนสนใจ 

ลักษณะการเขียนที่ดี
          1. เนื้อหาสาระดี มีประโยชน์แก่ผู้อ่าน ข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตามความเป็นจริง การแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนจะต้องมีเหตุผลสมควร
          2. การใช้ภาษาดี การใช้ถ้อยคำสำนวนต่างๆ ได้ตรงตามความหมายที่ต้องการอย่างแท้จริงและใช้ภาษาให้เหมาะสมตามกาลเทศะ การผูกประโยค ให้ได้ใจความชัดเจน การเรียงลำดับและข้อความเป็นไปอย่างไม่สับสน การใช้ถ้อยคำกะทัดรัดและการรู้จักเว้นวรรคตอนได้อีกด้วย
          3. ท่วงทำนองการเขียนดี คือการรู้จักใช้รูปแบบของการเขียนให้เหมาะสมกับเนื้อหา นับว่าเป็นศิลปะของการนำเสนอประการหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านได้ทั้งอรรถรสและรับรู้เจตนาของ ผู้เขียนได้ชัดเจนขึ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นฝีมือความสามารถของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี

รูปแบบของการเขียนความเรียง
          1. การเขียนคำนำ เป็นการเริ่มเรื่องให้ผู้อ่านรู้ว่าเนื้อหาที่จะอ่านต่อไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร การเริ่มเรื่องเป็นตอนสำคัญที่จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าอ่านหรือไม่ ดังนั้นจึงมี วิธีการที่จะเร้าความสนใจของผู้อ่านได้หลายทาง แต่ทั้งนี้ต้องให้สอดคล้องกับเรื่องและไม่ควรให้ยาวจนเกินไป
          2. เนื้อเรื่อง หมายถึง เนื้อความซึ่งเป็นสาระสำคัญของความเรียง การเขียนเนื้อเรื่องได้ดี ต้องมีการวางโครงเรื่องเสียก่อน เพื่อช่วยให้เนื้อเรื่องเป็นไปตามลำดับ ไม่สับสนและมีความเกี่ยวเนื่องกันไปจนจบ
          3. การสรุปเรื่องหรือการลงท้าย  การสรุปเรื่องหรือการลงท้ายช่วยให้ผู้อ่านทราบว่าเรื่องนี้จบแล้ว ไม่ใช่ทิ้งค้างไว้เฉยๆ   ทำให้สงสัยไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จบหรือยัง การสรุปไม่ใช้การย่อเรื่องทั้งหมด แต่การสรุปเรื่องหรือการปิดเรื่องที่ดีต้องสร้างความประทับใจแก่ผู้อ่าน อาจปิดเรื่องด้วยข้อคิดที่คมคายหรือคำประพันธ์สั้นๆ ก็ได้

ลักษณะความเรียงที่ดี
          1. รูปแบบหรือสัดส่วนของความเรียงจัดได้เหมาะสม วางคำนำ เนื้อเรื่อง สรุป ได้ถูกต้องน่าอ่าน
          2. เนื้อเรื่องมีแนวคิดตรงประเด็น   ให้ความคิดแปลกใหม่   อ้างเหตุผลถูกต้อง   ขยายความได้แจ่มแจ้งชัดเจน
          3. ความสะอาดความเป็นระเบียบ ลายมือต้องอ่านง่าย เว้นวรรคถูกต้อง
          4.  การใช้ภาษาควรคำนึงถึงข้อต่อไปนี้
                - ใช้คำกะทัดรัด เข้าใจง่าย มีความหมายชัดเจน
                - ใช้คำถูกต้องตรงความหมายและเหมาะสมกับเรื่อง
                - ไม่ใช้ภาษาพูด ภาษาถิ่น หรือคำแสลง - ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย
                - ไม่ใช้ศัพท์บัญญัติหรือศัพท์ทางวิชาการที่ไม่รู้จักกันดี
                - ไม่ใช้สำนวนภาษาต่างประเทศ
                - ไม่ใช้คำย่อ
                - ไม่ใช้คำแบบภาษาโฆษณาหรือภาษาหนังสือพิมพ์

แนวทางในการฝึกเขียน
          1. ก่อนลงมือเขียนควรทำใจให้สบายไม่กังวล เริ่มหาภาพที่มโนภาพของเราจะชักจูงให้คิด
          2. คิดสร้างภาพ พยายามถ่ายทอดเป็นการเขียน
          3. เลือกเฟ้นถ้อยคำที่จะเขียน สามารถสื่อความหมายให้ผู้อ่านเข้าใจได้ตามความต้องการ
          4. จดบันทึกสิ่งที่คิดไว้ก่อนแล้วจึงมาเรียงลำดับความในภายหลัง
          5. วางแนวเรื่องไว้เป็นหัวข้อสั้นๆ

ประเภท
ความเรียงเป็นงานเขียนประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง 

ความสำคัญของความเรียง
ความเรียงที่ดีต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ
          1. เอกภาพ ได้แก่ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ความเรียงเรื่องหนึ่งๆ จะต้องมีใจความและ ความมุ่งหมายสำคัญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรื่องที่นำมาเขียนจะต้องเกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน หรือช่วยเสริมให้เรื่องเด่นชัดขึ้น ความเรียงที่ขาดเอกภาพ คือ ความเรียงที่มีเรื่องต่างๆ ปนกัน บางเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมก็มี
          2. สัมพันธ์ภาพ คือ การเชื่อมโยงข้อความต่างๆ ให้เป็นไปตามลำดับ มีเหตุผลรับกัน ความเรียง ที่มีสัมพันธภาพ จะต้องมีเนื้อความเกี่ยวเนื่องกันไปเหมือนลูกโซ่ เนื้อความต้องชัดเจนไม่คลุมเครือ
          3. สารัตถภาพ คือ การเน้นใจความที่สำคัญให้เด่นชัดขึ้นมา ส่วนที่เป็นพลความจะต้องเป็นพลความที่ช่วยสนับสนุนใจความสำคัญนั้น ถ้าความเรียงมีพลความมากเกินไป เรียกว่าขาดสารัตถภาพ

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โคบุตร

         
เรื่อง โคบุตร นี้เป็นกลอนนิทานเรื่องแรกของสุนทรภู่ ซึ่งมีคุณค่ากับวรรณกรรมไทยเป็นอย่างมาก
เยาวชนไทยรุ่นหลังอาจจะไม่รู้จักเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงควรมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนิทานกลอนของบรมครู ท่านสุนทรภู่ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น


ประวัติความเป็นมา
โคบุตร เป็นกลอนนิทานเรื่องแรกของสุนทรภู่ แต่งขึ้นเพื่อถวายเจ้านายในพระราชวังหลังพระองค์หนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่า คือ พระองค์เจ้าปฐมวงค์  เป็นเรื่องเกี่ยวกับ โคบุตรซึ่งเป็นลูกของพระอาทิตย์และนางอัปสร โดยฝากเลี้ยงไว้กับพญาราชสีห์ และนางไกรสร เมื่อเจริญชันษาโคบุตรซึ่งได้รับของวิเศษจากพระอาทิตย์ คือ แหวน และสังวาล และได้รับมอบใบยาวิเศษที่สามารถชุบชีวิตคนตายให้มีชีวิตได้จากราชสีห์ ต่อจากนั้นจึงเป็นเรื่องราวการผจญภัยของโคบุตร ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่งในตอนท้ายที่โคบุตรมีพระมเหสีสองคน คือ นางอำพันมาลา และนางมณีสาคร นางอำพันมาลาเห็นโคบุตรรักนางมณีสาครมากกว่าตน จึงทำเสน่ห์ให้โคบุตรหลงรัก แต่อรุณกุมารได้แก้ไขเสน่ห์ โคบุตรโกรธมากถึงกับสั่งประหาร แต่อรุณกุมารขอร้อง โคบุตรจึงขับไล่นางอำพันมาลาออกจากวัง ดังต่อไปนี้
     โฉมอำพันมาลาน้ำตาไหล
เห็นชาวในพระสนมมาคับคั่ง
ค่อยหยุดยืนฝืนองค์ทรงประทัง
เหลียวมาสั่งสาวสวรรค์กำนัลใน
จงปกป้องครองกันเป็นผาสุก
อย่ามีทุกข์เศร้าสร้อยละห้อยไห้
เรามีกรรมจำลาเจ้าคลาไคล
หักพระทัยออกจากทวารา


ลักษณะคำประพันธ์
เป็นคำกลอนสุภาพ  มีความยาว 28 เล่มสมุดไทย
สมัย 
            ต้นรัตนโกสินทร์

ปีที่แต่ง 
            ราวรัชกาลที่ 2

เนื้อเรื่องโคบุตร
            พระอาทิตย์ ได้ลงมามีความสัมพันธ์กับเทพธิดาในดอกบัวจนเกิดโอรส ด้วยกฎแห่งสวรรค์ ทำให้พระอาทิตย์ไม่สามารถเลี้ยงดูโอรสได้ จึงได้นำโอรสน้อยมาฝากให้ราชสีห์สองผัวเมียช่วยเลี้ยงดู
           ราชสีห์สองผัวเมียเลี้ยงดูโอรสของพระอาทิตย์จนเจริญวัย จนวันหนึ่ง พระอาทิตย์ก็ได้ปรากฏองค์ขึ้น พร้อมกับพระราชทานนามให้โอรสน้อยว่า โคบุตร และยังได้มอบเครื่องทรงกับสร้อยสังวาล และลูกแก้ววิเศษที่ทำให้เหาะได้ให้พระโคบุตร
            พระอาทิตย์ได้ให้พระโคบุตรผู้เป็นโอรสออกท่องไปในโลกกว้างเพื่อหาเมืองเพื่อขึ้นปกครอง พระโคบุตรจึงออกเดินทางทันที โดยที่ราชสีห์ได้มอบผงยาวิเศษที่ใช้ชุบชีวิตคนขึ้นมาได้ให้พระโคบุตรด้วย
             พระโคบุตรออกเดินทางจนมาถึงสระบัวแห่งหนึ่ง ได้กับ เจ้าหญิงมณีสาคร กับพระอรุณกุมารผู้เป็นอนุชากำลังจะถูกยักษ์สี่ตนทำร้าย จึงได้เข้าไปช่วยและฆ่ายักษ์ทั้งสี่ตนตาย
             เจ้าหญิงมณีสาครได้เล่าว่า ตนและพระอนุชาเป็นโอรสและธิดาของ ท้าวพรหมทัต และพระนางปทุมทัศ แห่งนครพาราณสี แต่ได้มีปุโรหิตชั่วคนหนึ่ง สมคบคิดกับลูกชายโค่นล้มราชบัลลังก์และปลงพระชนม์ท้าวพรหมทัตกับพระนางปทุมทัศสิ้นพระชนม์ ส่วนตนและพระอรุณกุมารหนีออกมาได้ พระโคบุตรจึงได้อาสาที่กู้ราชบัลลังก์กลับคืนมาให้ นอกจากนี้ พระโคบุตรยังได้นำผงยาวิเศษที่ได้จากราชสีห์ชุบชีวิตยักษ์สี่ตนขึ้นมาเพื่อให้ช่วยในการนี้ด้วย
             พระโคบุตรกอบกู้ราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสีกลับคืนมาได้สำเร็จ และชุบชีวิตท้าวพรหมทัตกับพระนางปทุมทัศขึ้นมา ทำให้ทั้งสองพระองค์ซึ้งในน้ำใจของพระโคบุตรยิ่งนัก จึงได้รับพระโคบุตรเป็นลูกบุญธรรม
             พระโคบุตรอาศัยในเมืองพาราณสีได้ปีกว่าๆ ก็ออกเดินทางอีกครั้ง โดยคราวนี้ พระอรุณกุมารได้ขอติดตามไปด้วย
             ทั้งสองออกได้เหาะข้ามทะเล และได้พบกับ ยักษ์หัสกัณฐ์มัจฉา ซึ่งเป็นยักษ์ครึ่งปลา มี ๒๐ มือ หมายจะทำร้าย จึงได้เกิดการต่อสู้กัน แต่พระโคบุตรไม่สามารถฆ่าหัสกัณฐ์มัจฉาได้ เทวดาจึงปรากฏกายขึ้น และบอกพระโคบุตรว่า หัสกัณฐ์มัจฉาเคยได้พรว่าต้องตายด้วยน้ำมือของสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น และในบริเวณไม่ไกลจากนั้น มีฝูงลิงอาศัยอยู่ ให้พระโคบุตรไปตามพญาลิงเผือกซึ่งเป็นจ่าฝูงมา
            พระโคบุตรไปตามพญาลิงเผือกมา และมอบแหวนวิเศษให้ พญาลิงเผือกจึงขว้างแหวนวิเศษนั้นใส่หัสกัณฐ์มัจฉา ถึงแก่ความตายทันที
            หลังจากนั้น พระโคบุตรและพระอรุณกุมารก็อาศัยอยู่กับฝูงลิงจนเติบโตเป็นหนุ่ม จึงลาฝูงลิงและออกเดินทางต่อ
            พระโคบุตรและพระอรุณกุมารออกเดินทางมาจนถึงเมืองกาหลง ของท้าวหลวิราช ซึ่งท้าวหลวิราชมีธิดานามว่า นางอำพันมาลา เลิศด้วยสิริโฉมยิ่งนัก พระโคบุตรหลงรักนางแต่แรกเห็น และได้พานางหนีออกมา
             พระโคบุตร นางอำพันมาลา และพระอรุณกุมารได้เดินทางกลับสู่เมืองพาราณสีอีกครั้ง ซึ่งท้าวพรหมทัต เตรียมจะยกราชบัลลังก์ให้แก่พระโคบุตร แต่พระโคบุตรกล่าวว่า ตนมิได้มีเชื้อสายแห่งนครพาราณสีแต่กำเนิด ราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสีควรจะเป็นของพระอรุณกุมารมากกว่า
             พระอาทิตย์ผู้เป็นบิดาเห็นดังนั้น จึงได้สร้างเมืองใหม่ให้พระโคบุตรปกครอง ชื่อว่า เมืองปราการบรรพต โดยมีนางอำพันมาลา และนางมณีสาครเป็นมเหสีอยู่เคียงข้าง
             หลังจากอภิเษกสมรสแล้ว พระโคบุตรก็เอาแต่หลงใหลนางมณีสาคร จนนางอำพันมาลาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เกิดความอิจฉายิ่งนัก นางสร้อย ซึ่งเป็นนางรับใช้ของนางอำพันมาลาจึงได้ไปหา เถรกระอำ พระจอมขมังเวทย์ให้ช่วยทำเสน่ห์ให้พระโคบุตรหลงใหลนางอำพันมาลา และพิธีก็ได้ผล พระโคบุตรเอาแต่หลงใหลนางอำพันมาลาจนไม่สนใจกิจการงานเมือง
             จนกระทั่งความจริงปรากฏ พระโคบุตรก็ทรงกริ้วมาก และเนรเทศนางอำพันมาลาออกจากเมือง ซึ่งนางอำพันมาลาได้รอนแรมอยู่ในป่าจนสลบไป
          *เนื้อเรื่องของโคบุตรที่กรมศิลปากรชำระและพิมพ์เผยแพร่จบลงเพียงเท่านี้ แต่ได้มีผู้สืบค้นต่อไป และพบว่า สุนทรภู่ยังได้แต่งเรื่องโคบุตรต่อจากนั้นอีก*
            หลังจากนางอำพันมาลาสลบอยู่กลางป่า ราชสีห์ที่เลี้ยงดูพระโคบุตรเมื่อครั้งเยาว์วัยมาพบเข้า จึงได้พาไปอาศัยอยู่ด้วยจนนางให้กำเนิดโอรสที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายพระโคบุตรยิ่งนัก ด้วยความสงสัย ราชสีห์จึงได้ถามจนทราบความว่าเรื่องมีที่มาอย่างไร ราชสีห์จึงพานางอำพันมาลาไปเข้าเฝ้าพระโคบุตรทันที
         เมื่อได้เห็นหน้าโอรสน้อย พระโคบุตรก็ใจอ่อน จึงรับนางอำพันมาลาซึ่งสำนึกผิดแล้วและพระโอรสกลับเข้ามาอยู่ในเมือง ซึ่งขณะนั้น นางมณีสาครเองก็มีโอรสน้อยเช่นกัน พระโคบุตรจึงตั้งชื่อโอรสอันเกิดจากนางมณีสาครว่า มณีสุริยัน และตั้งชื่อโอรสอันเกิดจากนางอำพันมาลาว่า อำพันสุริยา
        กล่าวถึง ตะวันยักษ์นาคา สหายของหัสกัณฐ์มัจฉา เกิดความแค้นที่พระโคบุตรสังหารสหายของตน จึงได้ส่ง นางมณีกลีบสมุทร ซึ่งเป็นธิดา ให้ไปจับตัวพระโคบุตรมาให้ตนสังหารเสีย ซึ่งนางมณีกลีบสมุทรได้แปลงกายเป็นสาวสวยเข้ามายั่วยวนจนพระโคบุตรหลงใหล
        วันเวลาผ่านไปจนนางมณีกลีบสมุทรตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็นึกถึงหน้าที่บิดาของตนสั่งมาได้ จึงจับตัวพระโคบุตรไปให้ตะวันยักษ์นาคา แต่ก็ขอร้องให้บิดาไว้ชีวิตพระโคบุตรด้วย เพื่อเห็นแก่ลูกในท้องของตน ในที่สุด ตะวันยักษ์นาคาก็ใจอ่อน จึงยอมปล่อยพระโคบุตรไป
         พระโคบุตรและมเหสีทั้งสามจึงปกครองเมืองปราการบรรพตสงบสุขนับแต่นั้นมา





คำถาม - คำตอบ
คำสั่ง  ให้ทำเครื่องหมายกากบาท (x) ที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว 10 ข้อ
1. ใครเป็นผู้แต่งโคบุตร
     ก.  เจ้าฟ้ากุ้ง
     ข. สุนทรภู่
     ค.  ศรีปราชญ์
     ง.  รัชกาลที่ 6
6. โคบุตร แต่งขึ้นเมื่อใด
     ก.  สมัยอยุธยา
     ข. สมัยสุโขทัย
     ค.  สมัยรัตนโกสินทร์
     ง.  สมัยธนบุรี
2. จุดประสงค์ของการแต่งโคบุตร คือ
     ก.  เพื่อถวายเจ้านายในพระราชวังหลัง
     ข. เพื่อนำไปแสดงละครนอก
     ค.  แต่งให้คนรัก
     ง.  แต่งเป็นนิทานสอนใจ
7.  โคบุตรพาใครหนีออกมาจากเมือง
     ก.  นางมณีสาคร
     ข.  พระอรุณกุมาร
     ค.  นางอำพันมาลา
     ง.  พญาลิงเผือก
3. โคบุตร มีลักษณะคำประพันธ์แบบใด
     ก. โคลง
     ข. ฉันท์
     ค.  กาพย์
     ง.  กลอน
8. พระโคบุตรมีโอรสชื่อว่าอะไร
     ก.  มณีสุริยัน
     ข.  มณีแดง
     ค.  สุริยัน
     ง.  เทวฤทธิ์
4. โคบุตร เป็นลูกของใคร
     ก.  พระจันทร์
     ข.  พระอิศวร
     ค.  พระอาทิตย์
     ง.  พระอินทร์
9.  พระอาทิตย์ได้สร้างเมืองใหม่ให้พระโคบุตรปกครอง ชื่อว่า
     ก.  เมืองปราการบรรพต
     ข.  เมืองกาหลง
     ค.  เมืองพาราณสี
     ง.  เมืองกุสินารา
5. ใครเป็นผู้ชุบเลี้ยงโคบุตร
     ก.  พญายักษ์
     ข.  พญาลิง
     ค.  พญาสิงห์
     ง.  พญาราชสีห์
10. ใครครองเมืองพาราณสีต่อจากท้าวพรหมทัต
     ก.  พระโคบุตร
     ข.  พระอรุณกุมาร
     ค.  พระไชยศิลป์
     ง.  พระมณีพิชัย



เฉลยโคบุตร

1.        
2.        
3.        
4.        
5.        
6.        
7.        
8.        
9.        
10.      

อ้างอิง
http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=39208