เด็กน้อยนักเรียน

เด็กน้อยนักเรียน
เด็กๆกับวัยเรียนรู้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทดลอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทดลอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

โครงงาน มหัศจรรย์ถ่านจากกระดาษ

บทคัดย่อ
โครงงานมหัศจรรย์ถ่านจากกระดาษ จัดทำขึ้นเพื่อนำกระดาษต่าง ๆ ที่เหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ โดยการผลิตเป็นถ่านหุงต้ม เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงภายในครัวเรือน กระบวนการผลิต ทำโดยการนำกระดาษชนิดต่าง ๆ แช่น้ำจนเปื่อย จากนั้นนำมาอัดแท่ง แล้วตากแดดจนแห้ง จึงนำออกจากท่อ PVC ได้ ทดลองการเผาไหม้และการให้ความร้อน โดยนำมาเป็นเชื้อเพลิง ปรากฏว่าถ่านจากกระดาษก็สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้เช่นกัน




บทที่ 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของโครงงาน

ในปัจจุบันเรามักจะเห็นกระดาษเกลื่อนกลาดอยู่ทุกพื้นที่และเป็นปัญหา จนทำให้กลายเป็นขยะกองใหญ่  คณะผู้จัดทำ  จึงคิดหาวิธี ที่จะกำจัดกระดาษเหล่านั้นให้หมดไป โดยการนำกระดาษเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์  และเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด  คณะผู้จัดทำ  จึงคิดค้นทำถ่านเชื้อเพลิงจากกระดาษ

จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

1.เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำกระดาษที่ใช้แล้ว นำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเกิดความคุ่มค่ามากที่สุด
2.เพื่อสร้างการเรียนรู้แก่นักเรียน เพื่อที่จะได้นำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย  และพอเพียง
3.เพื่อศึกษาว่ากระดาษ สามารถนำมาผลิตเป็นถ่านเชื่อเพลิงได้
4.เพื่อฝึกการนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
5.เพื่อนำสิ่งของเหลือใช้ที่ไร้ค่า นำมาทำให้เกิดประโยชน์  และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 






สมมติฐาน

1. ถ่านจากกระดาษสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงภายในครัวเรือนได้เช่นเดียวกันกับถ่านไม้
2. ถ้าถ่านจากกระดาษสามารถเป็นเชื้อเพลิงได้จริง ดังนั้นเราสามารถลดการตัดไม้ทำลายป่าได้


ระยะเวลาดำเนินงาน
ตั้งแต่วันที่ 7-20 มิถุนายน 2554


งบประมาณที่ใช้ในการทดลอง
ค่าท่อพีวีซี   50   บาท

ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรต้น : ชนิดของถ่าน
ตัวแปรตาม : การให้ความร้อนและการเผาไหม้ของถ่าน
ตัวแปรควบคุม : ปริมาณถ่านที่ใช้, เตาที่ใช้,เ ชื้อเพลิงที่ใช้ก่อไฟ, ความเร็วของลมของบริเวณที่ก่อไฟ








บทที่ 2
วัสดุอุปกรณ์และวิธีการทดลอง
วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
      สถานที่ดำเนินการศึกษา
บ้านเลขที่ 5/6 ม.3 ต. เกาะใหญ่  อ.กระแสสินธุ์  จ. สงขลา 90270
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง
1.กระดาษ  2  กิโลกรัม
2.ท่อพีวีซี ขนาด 2*2 นิ้ว จำนวน 10 อัน
3.กะละมัง
4.น้ำ
5.ที่อัดกระดาษ
6.ตะแกรง
7.ถ่านไม้
8.ไม้ขีดไฟ
9.เศษยาง
10.เตาไฟ






การดำเนินงาน

1.นำกระดาษไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้เปื่อยเป็นเวลา    5    เซนติเมตร
2.ขย้ำกระดาษให้ละเอียด
3.แยกน้ำกับกระดาษออกจากกัน โดยการบีบน้ำให้ออกจากกระดาษ
4.นำกระดาษใส่ท่อพีวีซีให้แน่น แล้วนำออกจากท่อพีวีซี
5.นำกระดาษอัดแท่ง  ไปตากแดดให้แห้ง
6.เมื่อกระดาษแห้งเต็มที่แล้ว  จะได้เนื้อกระดาษหนักประมาณ  1.5  กิโลกรัม
7.นำถ่านกระดาษที่ได้มาทดลองก่อไฟ







บทที่ 4
ผลการศึกษาการค้นคว้า


ผลการทดลอง


ชนิดเชื้อเพลิง
ระยะเวลาที่ใช้ในการเผาไหม้
ลักษณะเปลวไฟ
ปริมาณขี้เถ้า
ถ่านไฟ
20 นาที
     -ไฟแรง
-ให้ความร้อนได้ดี

-มีปริมาณน้อย


ถ่านกระดาษ
15 นาที
    -ไฟแรง
-ให้ความร้อนได้ค่อนข้างดี

-มีปริมาณมากกว่าถ่านไม้เล็กน้อย










บทที่ 5
สรุปผลและอภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า
สรุปผลการทดลอง
ถ่านจากกระดาษก็สามารถใช้เป็นเชื่อเพลิงได้เช่นเดียวกับถ่านไม้แต่จะมีปริมาณมากกว่าถ่านไม้และใช้เวลาในการเผาไหม้เร็วกว่าจึงทำให้ต้องใช้ถ่านกระดาษเป็นจำนวนมากกว่าถ่านไม้  แต่เราก็สามารถนำกระดาษมาทดแทนถ่านไม้ได้เช่นกัน เพราะจะช่วยลดปริมาณของกระดาษขยะ ลดการตัดไม้ทำสายป่า  และสามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน





ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงงาน

1.เพื่อลดค่าใช้จ่าย  ในครัวเรือน
2.ลดปริมาณของขยะ และลดภาวะโลกร้อน
3.สามารถผลิตถ่านจากกระดาษ เป็นพลังงาน
4.สามารถนำไปพัฒนาค้นหาวิธีการนี้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องในท้องถิ่น
5.ฝึกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้ศึกษาค้นคว้าแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาของท้องถิ่น
6.ลดการใช้ทรัพยากรป่าไม้ ในการนำมาทำถ่านไม้



ปัญหาข้อเสนอแนะ

1.ไม่ควรนำไป ปิ้ง ยางอาหาร
2.ถ่านกระดาษเหมาะแก่การ หุง ต้ม เท่านั้น








เอกสารอ้างอิง


http://www.thai-sbc.org //pdf%5co8-part3-f.pdf

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

โครงงานกังหันไฟฟ้าสถิตย์

1. ชื่อโครงงาน     กังหันไฟฟ้าสถิตย์ (Electrostatic Fan)

2. ประเภทโครงงาน            ประเภททดลอง

5. ความเป็นมาและความสำคัญของประเด็น
                ไฟฟ้าสถิตย์ หมายถึง ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุสองชนิดที่ต่างกันมาสัมผัสหรือเสียดสีกัน ( Physical  Contact ) แล้วแยกออกจากกัน ไฟฟ้าสถิตย์ไม่มีตัวตน  แต่เป็นแรงหรือคุณสมบัติอยู่ในตัวของมันเองตามธรรมชาติแล้วประจุไฟฟ้าจะพยายามอยู่ในลักษณะอาการสมดุลย์ ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้เสนอโครงงาน กังหันไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าสถิต ซึ่งกังหันไฟฟ้าสถิตย์เป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงพลังของไฟฟ้าสถิตย์ ที่หลักแหลมตัวหนึ่ง แทนที่จะใช้ลูกโป่งดูดเศษกระดาษเล่นที่เห็นอยู่ทั่วไป
                นอกจากการเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตย์แล้ว เรายังจะเข้าใจเรื่องความฝืด แถมอีกเรื่องหนึ่งด้วย ดาวกระดาษที่วางอยู่บนปลายดินสอที่แทบจะไม่มีความฝืดนั้น ทำให้เราสามารถใช้แรงผลักที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อหมุนดาวกระดาษไปรอบๆ ได้

6. จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
                1.เพื่อศึกษาเรื่องไฟฟ้าสถิตย์
                2.เพื่อทราบถึงแรงที่เกิดในการเคลื่อนที่ของกังหัน
                3.เพื่อทราบถึงประจุไฟฟ้าที่ใช้ผลักกังหันให้เคลื่อนที่
               

7. ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
-       ข้อบ่งชี้ว่าแรงที่เกิดขึ้นในการหมุนกังหันนั้นมาจากอะไร
-       สามารถรู้ถึงประจุไฟฟ้าที่ทำให้เกิดการหมุน
-       สามารถเข้าใจถึงลักษณะของไฟฟ้าสถิตย์ได้เป็นอย่างดี

8. สมมติฐาน
                ถ้าลูกโป่งที่ถูกับผม ทำให้ดาวกระดาษให้โดนผลักให้หมุนไปรอบๆ  ดังนั้น แรงที่เกิดขึ้นจึงเป็นไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดจากการเสียดสีกันของลูกโป่งที่ถูกับผม

9. ตัวแปรในการทดลอง
                ตัวแปรต้น              : ลูกโป่ง
ตัวแปรตาม            : กังหันกระดาษ
ตัวแปรควบคุม : ชนิดของวัสดุที่นำลูกโป่งไปถู คือ ผม, ผ้าสักหลาดหรือผ้าขนสัตว์,กระดาษ


10.วิธีดำเนินการ
                10.1 วัสดุอุปกรณ์
                                1.กระดาษขนาด A4 - 1 แผ่น : ใช้แล้วก็ได้
                                2.กรรไกร : เอาไว้ตัดกระดาษ
                                3.ลูกโป่ง : สีอะไรก็ได้
                                4.ดินสอ : เหลาให้ปลายแหลมๆ
                                5.ดินน้ำมัน : ใช้ก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวก็พอครับ

                10.2 แนวการศึกษาค้นคว้า
                                1. พับครึ่งกระดาษ A4 จำนวน 2 ครั้ง
                                2. ใช้กรรไกรตัดกระดาษที่พับแล้ว เป็นมุมแหลม เมื่อคลี่ออก จะได้เป็นรูปดาวสี่แฉก
                                3. ปักดินสอลงบนก้อนดินน้ำมัน ให้ปลายแหลมชี้ขึ้นข้างบน
                                4. วางดาวกระดาษบนปลายดินสอ เนื่องจากปลายดินสอมีพื้นที่น้อย จะมีแรงเสียดทานกับ กระดาษน้อย ทำให้ดาวกระดาษสามารถหมุนไปรอบๆ ได้อย่างง่ายดาย
                                5. เป่าลูกโป่ง ไม่ต้องให้ใหญ่มากก็ได้
                                6.ใช้มือจับลูกโป่ง ถูกับผมสัก 5 ถึง 10 ครั้ง แล้วนำลูกโป่งมาหมุนรอบดาวกระดาษอย่างช้าๆ ระวังอย่าให้ลูกโป่งแตะดาวกระดาษ
                                7. นำลูกโป่งไปถูกับผ้าสักหลาดหรือผ้าขนสัตว์ และทำเช่นเดียวกับ ข้อ 6 สังเกตผลที่ได้
                                8. นำลูกโป่งไปถูกับถุงพลาสติก และทำเช่นเดียวกับ ข้อ 6 สังเกตผลที่ได้

12. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
                เมื่อถูลูกโป่งกับผม ลูกโป่งจะมีประจุลบเพิ่มขึ้น ลูกโป่งที่มีประจุลบ จะผลักประจุลบบนดาวกระดาษด้านใกล้ ให้ไปอยู่ด้านไกล ทำให้แขนของดาวกระดาษที่อยู่ใกล้ลูกโป่ง มีประจุบวก เมื่อย้ายลูกโป่งไปรอบๆ ประจุลบบนลูกโป่ง จะดึงดูด ประจุบวก บนแขนดาวด้านใกล้ ทำให้ดาวกระดาษ หมุนตาม
                และเมื่อทดลองกับ ผ้าสักหลาดหรือผ้าขนสัตว์ และ ก็ได้ผลการทดลองเหมือนกัน

สรุปผลการทดลอง
                1. ลูกโป่งจะมีประจุลบเมื่อนำไปถูกับวัสดุต่างๆ และเมื่อนำพไปวางใกล้กับกังหัน จึงเกิดการผลัก และการดึงดูดกันขึ้น
2. เนื่องจาก ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุสองชนิดที่ต่างกันมาสัมผัสหรือเสียดสีกัน ดังนั้นแรงที่เคลื่อนที่นั้นจึงเกิดจากไฟฟ้าสถิตย์


13 .เอกสารอ้างอิง