เด็กน้อยนักเรียน

เด็กน้อยนักเรียน
เด็กๆกับวัยเรียนรู้

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

คำถาม - คำตอบ แบบทดสอบ เพลงเรือ

เพลงเรือ
คำสั่ง  ให้ทำเครื่องหมายกากบาท (x) ที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว 10 ข้อ

1. เพลงเรือเป็นเพลงพื้นบ้านของภาคใด
     ก.  เหนือ
     ข. ใต้
     ค.  กลาง
     ง.  อีสาน
6. เมื่อจะเลิกแสดงจะร้องเพลงใด
     ก.  เพลงลา
     ข. เพลงจาก
     ค.  เพลงอาวรณ์
     ง.  เพลงโศก
2. นิยมเล่นเพลงเรือในจังหวัดใด
     ก.  สุพรรณบุรี
     ข. อ่างทอง
     ค.  อยุธยา
     ง.  ถูกทุกข้อ
7.  สถานที่เล่นเพลงเรือมักจะเป็นที่ใด
     ก.  หน้าที่ว่าการอำเภอ
     ข.  โรงเรียน
     ค.  วัด
     ง.  สถานีอนามัย
3. นิยามเล่นเพลงเรือในช่วงเวลาใด
     ก. เดือน 1 - 2
     ข. เดือน 3 - 4
     ค.  เดือน 5 - 8
     ง.  เดือน 11 - 12
8. ลักษณะเด่นของการร้องเพลงเรือคือข้อใด
     ก.  การร้องรับ ไอยะ
     ข.  การร้องรับ ฮ้า ไฮ้
     ค.  การร้องรับ หุย ฮา
     ง.  การร้องรับ เอ ช่า
4. อุปกรณ์ใดสำคัญในการเล่นเพลงเรือ
     ก.  เรือ
     ข.  กลอง
     ค.  ตะโพน
     ง.  ทับ
9.  เนื้อหาส่วนใหญ่ของเพลงเรือเป็นแบบใด
     ก.  ความรัก
     ข.  สงคราม
     ค.  การทำมาหากิน
     ง.  ประวัติศาสตร์
5. เพลงเรือจะเริ่มต้นด้วยการร้องเพลงบทใด
     ก.  เพลงปลอบ
     ข.  เพลงเกริ่น
     ค.  บทไหว้ครู
     ง.  ถูกกทุกข้อ
10. เพลงบทใดเป็นการร้องเพลงเรือ
     ก.  ตับตีหมากเมีย
     ข.  ตับชิงชู้
     ค.  ตับตีหมากผัว
     ง.  ข้อ ข และ ค ถูก

เฉลยเพลงเรือ

1.         ค
2.         ง
3.         ง
4.         ก
5.         ง
6.         ง
7.         ค
8.         ข
9.         ก
10.       ง





เพลงเรือ
คำสั่ง  จงตอบคำถามต่อไปนี้ 10 ข้อ
1.            บทประจะร้องเมื่อใด..........................................................................................................

2.            มักใช้เรือแบบใดในการเล่นเพลงเรือ.................................................................................

3.            เรือนั้นควรจะนั่งลำละกี่คน................................................................................................

4.            ตำแหน่งของแม่เพลง พ่อเพลง คือบริเวณใด.....................................................................

5.            คนอื่นๆที่อยู่ในเรือนอกจากพ่อเพลง แม่เพลงนั้น มีหน้าที่ทำอะไร....................................

6.            พวกลูกคู่ทำหน้าที่อะไรบ้าง..............................................................................................

7.            จะไม่มีการทำอะไรตอนเล่นเพลงเรือ.................................................................................

8.            ลักษณะของเพลงเรือเป็นอย่างไร………………………………………………………...

9.            เนื้อร้องของเพลงเรือนั้นเป็นอย่างไร..................................................................................

10.    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเล่นเพลงเรือ คือ ...........................................................................


เฉลยเพลงเรือ

1.         หลังร้องเพลงปลอบ ,เพลงเกริ่น หรือบทไหว้ครู
2.         เรือพายม้า มีท้องแบน
3.         9 - 10 คน
4.         นั่งกลางลำเรือ
5.         ลูกคู่
6.         พายเรือ ตีฉิ่ง ตีกรับ
7.         ไม่มีการปรบมือ และการรำ
8.         เป็นการร้องโต้ตอบของชาย หญิง
9.         เป็นบทกลอนที่จำสืบต่อกันมา เป็นการว่ากลอนสดๆ
10.       เป็นวัฒนธรรมการดำรงชีวิตท่ามกลางแหล่งน้ำ ใช้เรือเป็นช่องทางสัญจร






เพลงเรือ
คำสั่ง  ให้นักเรียนนำอักษรหน้าข้อความทางขวามือมาใส่หน้าข้อความทางซ้ายมือให้ถูกต้อง


................ 1.
เนื้อหาของเพลงเรือ
ก. เพลงปลอบ
................ 2.
เครื่องแต่งกายแม่เพลง
ข. เดือน 11 - 12
................ 3.
เครื่องแต่งกายพ่อเพลง
ค. การร้องรับ ฮ้า ไฮ้
................ 4.
ลูกคู่
ง. นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอก ใส่งอบ
................ 5.
เริ่มต้นเพลงเรือ
จ. วัด
................ 6.
ลงท้ายเพลงเรือ
ฉ. ร้องรับ พายเรือ ตีฉิ่ง ตีกรับ
................ 7.
สถานที่แสดง
ช. บทประ
................ 8.
เดือนที่แสดงเพลงเรือ
ซ. ความรัก การเกี้ยวพาราสี
................ 9.
ลักษณะพิเศษเพลงเรือ
ฌ. เพลงจาก
................ 10.
ร้องต่อจากเพลงเริ่มต้น
ญ. นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลม ใส่หมวกสาน





เฉลยเพลงเรือ

1.         ซ
2.         ง
3.         ญ
4.         ฉ
5.         ก
6.         ฌ
7.         จ
8.         ข
9.         ค
10.       ช

โครงงานกังหันไฟฟ้าสถิตย์

1. ชื่อโครงงาน     กังหันไฟฟ้าสถิตย์ (Electrostatic Fan)

2. ประเภทโครงงาน            ประเภททดลอง

5. ความเป็นมาและความสำคัญของประเด็น
                ไฟฟ้าสถิตย์ หมายถึง ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุสองชนิดที่ต่างกันมาสัมผัสหรือเสียดสีกัน ( Physical  Contact ) แล้วแยกออกจากกัน ไฟฟ้าสถิตย์ไม่มีตัวตน  แต่เป็นแรงหรือคุณสมบัติอยู่ในตัวของมันเองตามธรรมชาติแล้วประจุไฟฟ้าจะพยายามอยู่ในลักษณะอาการสมดุลย์ ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้เสนอโครงงาน กังหันไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าสถิต ซึ่งกังหันไฟฟ้าสถิตย์เป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงพลังของไฟฟ้าสถิตย์ ที่หลักแหลมตัวหนึ่ง แทนที่จะใช้ลูกโป่งดูดเศษกระดาษเล่นที่เห็นอยู่ทั่วไป
                นอกจากการเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตย์แล้ว เรายังจะเข้าใจเรื่องความฝืด แถมอีกเรื่องหนึ่งด้วย ดาวกระดาษที่วางอยู่บนปลายดินสอที่แทบจะไม่มีความฝืดนั้น ทำให้เราสามารถใช้แรงผลักที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อหมุนดาวกระดาษไปรอบๆ ได้

6. จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
                1.เพื่อศึกษาเรื่องไฟฟ้าสถิตย์
                2.เพื่อทราบถึงแรงที่เกิดในการเคลื่อนที่ของกังหัน
                3.เพื่อทราบถึงประจุไฟฟ้าที่ใช้ผลักกังหันให้เคลื่อนที่
               

7. ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
-       ข้อบ่งชี้ว่าแรงที่เกิดขึ้นในการหมุนกังหันนั้นมาจากอะไร
-       สามารถรู้ถึงประจุไฟฟ้าที่ทำให้เกิดการหมุน
-       สามารถเข้าใจถึงลักษณะของไฟฟ้าสถิตย์ได้เป็นอย่างดี

8. สมมติฐาน
                ถ้าลูกโป่งที่ถูกับผม ทำให้ดาวกระดาษให้โดนผลักให้หมุนไปรอบๆ  ดังนั้น แรงที่เกิดขึ้นจึงเป็นไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดจากการเสียดสีกันของลูกโป่งที่ถูกับผม

9. ตัวแปรในการทดลอง
                ตัวแปรต้น              : ลูกโป่ง
ตัวแปรตาม            : กังหันกระดาษ
ตัวแปรควบคุม : ชนิดของวัสดุที่นำลูกโป่งไปถู คือ ผม, ผ้าสักหลาดหรือผ้าขนสัตว์,กระดาษ


10.วิธีดำเนินการ
                10.1 วัสดุอุปกรณ์
                                1.กระดาษขนาด A4 - 1 แผ่น : ใช้แล้วก็ได้
                                2.กรรไกร : เอาไว้ตัดกระดาษ
                                3.ลูกโป่ง : สีอะไรก็ได้
                                4.ดินสอ : เหลาให้ปลายแหลมๆ
                                5.ดินน้ำมัน : ใช้ก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวก็พอครับ

                10.2 แนวการศึกษาค้นคว้า
                                1. พับครึ่งกระดาษ A4 จำนวน 2 ครั้ง
                                2. ใช้กรรไกรตัดกระดาษที่พับแล้ว เป็นมุมแหลม เมื่อคลี่ออก จะได้เป็นรูปดาวสี่แฉก
                                3. ปักดินสอลงบนก้อนดินน้ำมัน ให้ปลายแหลมชี้ขึ้นข้างบน
                                4. วางดาวกระดาษบนปลายดินสอ เนื่องจากปลายดินสอมีพื้นที่น้อย จะมีแรงเสียดทานกับ กระดาษน้อย ทำให้ดาวกระดาษสามารถหมุนไปรอบๆ ได้อย่างง่ายดาย
                                5. เป่าลูกโป่ง ไม่ต้องให้ใหญ่มากก็ได้
                                6.ใช้มือจับลูกโป่ง ถูกับผมสัก 5 ถึง 10 ครั้ง แล้วนำลูกโป่งมาหมุนรอบดาวกระดาษอย่างช้าๆ ระวังอย่าให้ลูกโป่งแตะดาวกระดาษ
                                7. นำลูกโป่งไปถูกับผ้าสักหลาดหรือผ้าขนสัตว์ และทำเช่นเดียวกับ ข้อ 6 สังเกตผลที่ได้
                                8. นำลูกโป่งไปถูกับถุงพลาสติก และทำเช่นเดียวกับ ข้อ 6 สังเกตผลที่ได้

12. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
                เมื่อถูลูกโป่งกับผม ลูกโป่งจะมีประจุลบเพิ่มขึ้น ลูกโป่งที่มีประจุลบ จะผลักประจุลบบนดาวกระดาษด้านใกล้ ให้ไปอยู่ด้านไกล ทำให้แขนของดาวกระดาษที่อยู่ใกล้ลูกโป่ง มีประจุบวก เมื่อย้ายลูกโป่งไปรอบๆ ประจุลบบนลูกโป่ง จะดึงดูด ประจุบวก บนแขนดาวด้านใกล้ ทำให้ดาวกระดาษ หมุนตาม
                และเมื่อทดลองกับ ผ้าสักหลาดหรือผ้าขนสัตว์ และ ก็ได้ผลการทดลองเหมือนกัน

สรุปผลการทดลอง
                1. ลูกโป่งจะมีประจุลบเมื่อนำไปถูกับวัสดุต่างๆ และเมื่อนำพไปวางใกล้กับกังหัน จึงเกิดการผลัก และการดึงดูดกันขึ้น
2. เนื่องจาก ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุสองชนิดที่ต่างกันมาสัมผัสหรือเสียดสีกัน ดังนั้นแรงที่เคลื่อนที่นั้นจึงเกิดจากไฟฟ้าสถิตย์


13 .เอกสารอ้างอิง